Teachings

สุขอื่นนอกจากหยุดจากนิ่งไม่มี

โลกที่จะได้รับความสุขใจก็ต้องหยุด ตามส่วนของโลกธรรมที่จะได้รับความสุขก็ต้องหยุด ตามส่วนของธรรมท่านได้แนะนำไว้ตามวาระพระบาลีว่า นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ สุขอื่นนอกจากหยุดจากนิ่งไม่มี สุขอื่นนอกจากหยุดจากนิ่งไม่มีหยุดอันนั่นเองเป็นตัวสำคัญ เพราะเหตุนั้นต้องทำใจให้หยุด(ที่มา หลักการเจริญภาวนา สมถวิปัสสนาฏรรมฐาน น.๙๐๙ บ.๑๙)

การละกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา

เราต้องละกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ละอย่างไร?  เราต้องเดินในช่องทางของ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะนี่เอง ใจต้องหยุด ต้องหยุดทีเดียวถึงจะละ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหาได้ เริ่มต้นต้องหยุดเชียว พอหยุดกึ๊กเข้าก็ได้การทีเดียว อ้อ! พอหยุดกึ๊กเข้า กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ดับหมด ถ้าว่าไม่หยุดละก็  เป็นไม่ได้การทีเดียว ไปไม่รอดไม่พ้นทีเดียว.ที่มา,หน้า ๒๐๐ บรรทัดที่๑และ  ๑๙๙บ.๒๕  (กัณฑ์ที่ ๑๖  เขมาเขมสรณาคมน์ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๗)

บุญทำให้สะดวกสบาย

ถ้าเรามีบุญเสียแล้ว จะค้าขายก็ร่ำรวย จะทำงานทำกิจการอะไรก็เจริญ จะหาทรัพย์สมบัติก็ได้คล่อง สะดวกสบายไม่ติดขัดแต่ประการใด ถ้าว่าไม่มีบุญ จะทำอะไรก็ติดขัดไปเสียทุกอย่างทุกประการดังนั้น จึงได้ชักชวนพวกเราให้มาทำบุญทำกุศลเสีย จะได้เลิกจน เลิกทุกข์ยากลำบากเสียทีที่มา: มรดกธรรม เล่มที่ ๔ หน้าที่ ๕๒  (กัณฑ์ที่ ๓๐ ภัตตานุโมนากถา ๑๐ พฤษภาคม ๒๔๙๗)

อย่าประมาท

อย่าเลินเล่อ อย่าเผลอตัว อย่าประมาท ถ้าว่าประมาทเลินเล่อเผลอตัวแล้วความตายจะมาถึงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ต้องไม่ประมาทจึงจะใช้ได้ความไม่ประมาทนั้นเป็นตัวสำคัญ เป็นตัวไม่เผลอ เป็นตัวไม่ตายเพราะความประมาทนั้นเป็นตัวสำคัญ เป็นตัวเผลอ เป็นตัวตายนี่เพราะเป็นอยู่ดังนี้..(ที่มา โอวาทสุดท้าย เมื่อ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๐๐ น.๙๐๒ บ.๒๓)

บริสุทธิ์ กาย วาจา ใจ

มนุษย์ชายหญิงทุกถ้วนหน้า ทั้งคฤหัสถ์ บรรพชิต บริสุทธิ์สนิททั้งกาย วาจา จิต ไม่มีผิดจากความประสงค์ของพระพุทธเจ้าอรหันต์เลย ในศีลทั้ง ๕ นี้ตลอด ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ ตลอดสะอาดสะอ้านทั้งกาย กายก็ไม่มีร่องเสีย วาจาก็ไม่มีร่องเสีย ใจก็ไม่มีร่องเสีย ใช้ได้ทั้งกายวาจาใจ ตรงกับบาลีกล่าวไว้ว่าสพฺพปาปสฺส อกรณํ        ชั่วด้วยกาย วาจา ใจ ไม่กระทำเป็นเด็ดขาดกุสลสฺสูปสมฺปทา            ดีด้วยกาย วาจา ใจ ทำจนสุดสามารถสจิตฺตปริโยทปนํ  ทำใจของตนให้ผ่องใสนี้เรียกว่าธรรมโดยทางปริยัติที่มา: มรดกธรรม เล่มที่ ๒ หน้าที่ ๘๓ – ๘๔…

บริจาคทานในพระพุทธศาสนา ให้เป็นกลาง (สังฆทาน)

อุบาสกอุบาสิกา บริจาคทานในพระพุทธศาสนา ให้ให้เป็นกลาง ไม่ค่อนข้างตนและหมู่ตนพวกตน ให้ให้เป็นกลางอย่างนั้น ได้ชื่อว่าบริจาคทานถูกทางสงฆ์ ถูกประมุขของบุญทีเดียว ถูกเป้าหมายของบุญทีเดียวถ้าต้องการบุญ ก็ถวายในพระสงฆ์ ไม่เจาะจงภิกษุองค์หนึ่งองค์ใด มั่นหมายไปในหมู่พระสงฆ์ทีเดียว จะมีข้าวถ้วยปลาตัวก็ช่าง มีสิ่งอันใดก็ช่าง ก็ถวายพระสงฆ์ ให้ใจตรงเป้าเป็นกลาง ให้ทำดังนี้จะถูกบุญใหญ่ในพระพุทธศาสนา.ที่มา,หน้า ๓๒๘ (กัณฑ์ที่ ๒๔ เกณิยานุโมทนาคาถา ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๗)

นึกถึงความเสื่อมของร่างกาย

ความเสื่อมน่ะ จะนึกที่ไหน นึกถึงในตัวของเรานี่ อัตภาพร่างกายนี้ไม่คงที่เลย……นี้แหละเจอละ ทางไป ของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ เป็นหนทางหมดจดวิเศษทีเดียว นึกถึงความเสื่อมอันนั้น นึกถึงความเสื่อมได้เวลาไรละก็ บุญกุศลยิ่งใหญ่เกิดกับตนเวลานั้น ให้นึกอย่างนี้ นี่เป็นข้อสำคัญ…ที่มา,หน้า ๒๑๘ (กัณฑ์ที่ ๑๖ ปัจฉิมวาจา ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๗)

ทำใจให้หยุด

ภาวนํ ภาเวติ ทำให้จริง ให้หยุดให้นิ่ง ทำให้มีให้เป็นขึ้น กี่คน ๆ ก็สงบนิ่ง เมื่อสงบนิ่งแล้ว คนมีสักเท่าไรก็ไม่รกหูรกตา ไม่รำคาญไม่เดือดร้อน เป็นสุขสำราญเบิกบานใจอยู่เป็นนิจ นี่เขาเรียกว่าภาวนา ทำใจให้หยุดสงบ หยุดสงบแล้วไม่ใช่แต่เท่านั้น หยุดอยู่สงบ หาเรื่องทำ จะได้ทรัพย์สมบัติมาเลี้ยงกันอีก ให้พวกเขาอยู่เป็นสุขสำราญ เครื่องกินเครื่องใช้ไม่ขาดตกบกพร่องจะให้เป็นคนสมบูรณ์อยู่เสมอ ก็ต้องใช้วิชาวิปัสสนาภาวนา หาปัญญาแก้ไขให้ทานในวันต่อไป ไม่ให้หมดให้สิ้นไป เมื่อให้ทานไม่หมดไม่สิ้นไปเช่นนี้ พวกพ้องก็มากขึ้นเป็นลำดับ ภาวนานั่นแหละจะช่วยเขาได้ทุกสิ่งทุกประการที่มา: มรดกธรรม เล่มที่ ๔ หน้าที่ ๔๔ – ๔๕  (กัณฑ์ที่ ๓๐ ภัตตานุโมนากถา ๑๐ พฤษภาคม ๒๔๙๗)